A letter from the Thailand editor จดหมายจากบรรณาธิการ

ฉบับภาษาไทยอยู่ข้างล่าง

To say that events are heating up in Thailand would be an understatement.

Pressure is mounting on the National Council for Peace and Order to keep its promise that elections will be held by February 2019. New political parties are emerging—both progressive and conservative—with bold promises to break the stalemate between the Shinawatras and the old elites. All this against a labyrinth of oppressive new laws, orders and national plans pumped out by the junta in a not-so-furtive attempt to lock its power in place.

What can a humble blog offer in such critical times? Perhaps—hopefully among some other things—alternative views from the ground. Foreign commentary on Thai politics over the past 15 years has been dominated by discourses of grand clashes: red vs yellow, Thaksin vs the old guard. Yet between and within these narratives, much more animates Thailand’s politics and society on a daily basis.

In 2017, many large-scale protests were characterised not by coloured shirts so much as resistance to healthcare reforms, and community displacement and environmental degradation wrought by both junta and private-sector development projects. One of the year’s most heated interrogations into monarchical tradition took place neither in parliament nor in the streets, but through a red-bespectacled student’s election and dismissal from the presidency of Chulalongkorn University’s student council.

New Mandala’s unconventional weaving of anecdote and analysis is perhaps well positioned to wrestle intellectually with this diversity and dynamism of Thai politics, while still capturing something of how this politics plays out in the lives of real people.

This balance is most important when we delve back into Thailand’s fraught history of state-supported mass violence. Local networks continue to perform painful investigative work not only to fill in gaps in basic data—casualty numbers, the identities of the deceased. The struggles of networks such as the People’s Information Centre and Documentation of October 6 aim also to restore through detail and stories the humanity of victims of—among other events—the 6 October massacre, Black May and the crackdown on red shirts in April–May 2010.

On the 40th anniversary of the 6 October massacre in 2016, Thongchai Winichakul said of this historical work:

“The importance in the details is that [the student protesters] could be treated so savagely because they were made to be less than human … The best way to find justice and to finally end impunity is to return the humanity of the people who were mistreated that day, one by one … We have names. We have families. We have parents and brothers and sisters. We have faces. We want others to respect us as individuals who are unique. So we should return their names, their faces, their families and their stories, all that that we are able to find about them. We should return their individuality.”

I hope that New Mandala’s coverage of Thai politics and society going forward will be connected with local realities, concerns and stories, and be informed by Thai experts on the ground—as much as is possible for a blog based out of an Australian university. We now accept submissions in Thai (which will be translated in-house). Whenever time permits, we will endeavour to publish in both Thai and English. Please bear with us as we get the hang of this.

A big thank you to the phenomenal contributors who volunteer their time to write with New Mandala—please never hesitate to get in touch through catherine.yen@anu.edu.au if you have an idea for a piece, no matter how wild it may be. A heartfelt thanks to the various individuals on the ground who assist tirelessly with translation and advice on content direction. And of course, thank you to the readers who read our strange stuff.

ถ้าจะพูดว่าสถานการณ์การเมืองไทยกำลังคุกรุ่นพูดแบบนี้น่าจะพูดน้อยไปกว่าความเป็นจริงเสียด้วยซ้ำ

ทุกวันนี้มีเสียงเรียกร้องหนาหูขึ้น เพื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รักษาสัญญาว่าจะมีการเลือกตั้งภายในกุมภาพันธ์ปีหน้า พรรคการเมืองใหม่ทั้งที่มีอุดมการณ์ก้าวหน้าและอุดมการณ์อนุรักษนิยมกำลังออกมาด้วยคำสัญญาว่าจะยุติความขัดแย้งระหว่างตระกูลชินวัตรกับชนชั้นนำเก่า ทั้งหมดนี้จะต้องต่อสู้กันภายใต้กับดักของบรรดากฎหมาย คำสั่ง และ “ยุทธศาสตร์ชาติ” ที่ คสช. วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจอีกต่อไป

บล็อกเล็กๆ อย่าง นิวมันดาลา จะมีประโยชน์ในช่วงเวลาบ้าบอแห่งปัจจุบันกาลได้อย่างไร

การวิเคราะห์ด้วยมุมมองต่างชาติต่อการเมืองไทยในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา มักพูดถึง “ความขัดแย้งใหญ่ๆ”: เสื้อแดงต่อสู้กับเสื้อเหลือง ทักษิณต่อสู้กับชนชั้นนำเก่า ทว่าภายในและระหว่าง “การขัดแย้งใหญ่ๆ” เหล่านี้ การเมืองและสังคมไทยยังประกอบด้วยปรากฏการณ์มากมาย

อย่างเช่นในปี 2560 มีการประท้วงใหญ่หลายเหตุการณ์ที่ไม่ได้ถูกจุดชนวนโดยสีเสื้อต่างๆ หากแต่เป็นเครือข่ายในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านแผนลดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของรัฐบาล หรือต่อต้านการขับไล่ชุมชน และคัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐบาล คสช. และเอกชนที่อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เรื่องราวจากนิวมันดาลาที่ผสมผสานเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยควบคู่ไปกับบทวิเคราะห์ที่เข้าคู่เป็นพิเศษกับงานทางวิชาการที่สะท้อนความหลากหลายและพลวัตของการเมืองไทย ในขณะที่ยังคงฉายภาพจากมุมมองคนธรรมดาที่ถูกการเมืองเล่นงานในชีวิตจริงเช่นกัน

บางที ความสมดุลนี้มีความสำคัญมากที่สุดเมื่อเราพูดถึงประวัติศาสตร์อันโศกสลดของประเทศไทยที่รัฐบาลต่างๆ เคยสนับสนุนความรุนแรงขนาดใหญ่ในหลายเหตุการณ์ เครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ ยังดำเนินงานอย่างยากลำบากในการหาข้อมูลพื้นฐานที่ยังถูกซ่อนไว้ ไม่ว่าจะเป็น จำนวนของคนที่เสียชีวิต ชื่อของเหยื่อ การสู้ของกลุ่มเหล่านี่ที่พยายามหาข้อมูลที่ยังถูกซ่อนไว้ อย่างเช่น ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กับ โครงการบันทึก 6 ตุลา มุ่งหมายคืนความเป็นมนุษย์ให้กับเหยื่อของ เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และ กรณี เม.ย.-พ.ค.53 (รวมถึงเหตุการณ์อื่นๆ) ด้วยรายละเอียดและเรื่องราวที่แท้จริง

ตอนวันครบรอบ 40 ปี 6 ตุลาคม 2519 ธงชัย วินิจจะกูล ได้พูดถึงความสำคัญของงานนี้

“ความสำคัญของรายละเอียดอยู่ที่ ในเมื่อพวกเขาถูกกระทำย่ำยีขนาดนั้นได้เพราะทำให้ต่ำกว่ามนุษย์ … การหาความยุติธรรม ต่อสู้ให้อภิสิทธิ์ปลอดความผิดยุติเสียที … วิธีดีที่สุดคือ คืนความเป็นมนุษย์ให้ผู้ถูกทำร้ายในวันนั้นทีละคน … เรามีชื่อ มีสกุล มีครอบครัว มีพ่อแม่พี่น้อง มีหน้ามีตา เราต้องการให้คนอื่นเคารพเราอย่างปัจเจกชนคนหนึ่งที่ไม่เหมือนใคร เช่นนั้นก็ควรคืนชื่อ สกุล หน้าตา ครอบครัว เรื่องราวของเขาเท่าที่เราจะสามารถหาได้เกี่ยวกับเขา คืนความเป็นปัจเจกชนให้กับเขา”

ในฐานะบรรณาธิการใหม่ ฉันหวังว่า นิวแมนดาลา จะได้จัดพิมพ์เนื้อหาของผู้เชี่ยวชาญชาวไทยมากขึ้น (เท่าที่บล็อกหนึ่งที่อยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียจะทำได้) ปีนี้ นิวแมนดาลา จะเริ่มขึ้นบางบทความเป็นทั้งภาษาอังกฤษทั้งภาษาไทย ดังนั้นนักเขียนส่งบทความมาเป็นภาษาไทยได้เลย (นักแปลจะแปลเป็นอังกฤษให้) ขอให้ผู้อ่านทุกคนอดทนระหว่างพวกเราปรับตัวนะ

ขอบคุณอย่างยิ่ง สำหรับนักเขียนทุกคนที่ร่วมเป็นอาสาสมัครแบ่งปันความรู้กับผู้อ่านของ นิวแมนดาลา ถ้าคุณอยากเขียนกับบล็อกที่นี่ ไม่ว่าไอเดียจะแหวกแนวแค่ไหนสามารถติดต่อฉันได้เลย: catherine.yen@anu.edu.au ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่คอยช่วยแปลบทความและให้คำแนะนำในด้านเนื้อหา ขอบคุณผู้อ่านที่ยังคงอ่านเนื้อหาที่แหวกแนวนี้เหมือนกันนะ

Nicole Curato is our Philippines editor

Bringing New Mandala readers fresh perspectives on the causes and consequences of populist rule in the Philippines.

Kean Wong is our GE14 editor

The experienced journalist and editor joins the New Mandala team as Contributing Editor to oversee our coverage of Malaysia's upcoming general election.

Claudio Sopranzetti on ‘Owners of the Map’

New Books in Southeast Asian Studies talks to Claudio Sopranzetti about his monograph on the political role of Bangkok's motorbike taxi drivers.

ADD YOUR COMMENT

Your email address will not be published. Required fields are marked *